top of page
พระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการ พ.ศ. ๒๕๔๒
00:00 / 21:29

สรุปเนื้อหาสำคัญ (Key Takeaways)

คู่มือสรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542

พระราชบัญญัติฉบับนี้ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอย่างเป็นระบบ โดยมีสาระสำคัญที่จำเป็นสำหรับการเตรียมตัวสอบดังนี้

⚖️ 1. วัตถุประสงค์และเหตุผลในการประกาศใช้กฎหมาย

● การพึ่งตนเองด้านสุขภาพ: เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในการดูแลสุขภาพและบำบัดรักษาโรคด้วยการแพทย์แผนไทย

● นโยบายสาธารณสุขมูลฐาน: สนับสนุนการนำความรู้การแพทย์แผนไทยมาประยุกต์ใช้ในงานสาธารณสุขและผสมผสานกับบริการทางการแพทย์ในสถานบริการของรัฐ

● ผลทางเศรษฐกิจ: สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาจากสมุนไพร เพื่อให้ประเทศพึ่งพาตนเองในการผลิตยาได้มากขึ้นและเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

● การคุ้มครองอย่างเป็นระบบ: เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญา (เช่น ตำรับยาและตำรา) ไม่ให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและเอกชน

📖 2. คำนิยามสำคัญที่มักออกสอบ

คำนิยาม, ความหมายตามกฎหมาย

ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย, พื้นความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย

การแพทย์แผนไทย, กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึง การผดุงครรภ์ การนวดไทย การเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ โดยอาศัยความรู้หรือตำราที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา

สมุนไพร, พืช สัตว์ จุลชีพ ธาตุวัตถุ สารสกัดดั้งเดิมจากพืชหรือสัตว์ ที่ใช้หรือแปรสภาพเพื่อปรุงเป็นยาหรืออาหาร

ตำราการแพทย์แผนไทย, หลักวิชาการต่าง ๆ เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยที่บันทึกไว้ในสมุดไทย ใบลาน ศิลาจารึก หรือวัสดุอื่น หรือที่มิได้บันทึกไว้แต่เป็นการเรียนรู้หรือถ่ายทอดสืบต่อกันมา

ตำรับยาแผนไทย, สูตรซึ่งระบุกรรมวิธีการผลิตและส่วนประกอบสิ่งปรุงที่มี ยาแผนไทย รวมอยู่ด้วย

สมุนไพรควบคุม, สมุนไพรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเพื่อการคุ้มครอง (เช่น เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หรือมีค่าทางเศรษฐกิจ)

เขตอนุรักษ์, เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่อื่นที่กฎหมายกำหนดเพื่อสงวนและรักษาสภาพธรรมชาติ

📜 3. การแบ่งประเภทภูมิปัญญาและการคุ้มครอง (3 ประเภท)

กฎหมายแบ่งตำรับยาและตำราการแพทย์แผนไทยออกเป็น 3 ประเภท เพื่อการคุ้มครองที่เหมาะสม ดังนี้:

1) ตำรับยา/ตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ

● ลักษณะ: มีประโยชน์หรือคุณค่าทางการแพทย์หรือการสาธารณสุขเป็นพิเศษ

● การประกาศ: รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเป็นผู้ประกาศกำหนด

● การนำไปใช้: ผู้ที่ต้องการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นตำรับยาใหม่/ภูมิปัญญาใหม่เชิงพาณิชย์ ต้องขออนุญาต ต่อผู้อนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมรวมถึงค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์

2) ตำรับยา/ตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป

● ลักษณะ: เป็นตำรับยาหรือตำราที่ใช้ประโยชน์แพร่หลายทั่วไป หรือเป็นตำรับยา/ตำราที่พ้นอายุการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลแล้ว

3) ตำรับยา/ตำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล

● การคุ้มครอง: ต้องเป็นตำรับยา/ตำราที่คิดค้น ปรับปรุง หรือสืบทอดมา และได้รับการจดทะเบียนสิทธิแล้ว

● ระยะเวลาคุ้มครอง: ตลอดอายุผู้ทรงสิทธิ และคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปี นับแต่วันที่ผู้ทรงสิทธิเสียชีวิต

● สิทธิของผู้ทรงสิทธิ: มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิตยา วิจัย จำหน่าย ปรับปรุง หรือพัฒนาตำรับยา/ตำรานั้น

● ข้อยกเว้น (ไม่ต้องขออนุญาต):

● การกระทำเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

● การปรุงยาแผนไทยเฉพาะรายตามใบสั่งยาของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนไทย

● การผลิตยาเพื่อยังชีพแบบพื้นบ้าน หรือผลิตโดยสถานพยาบาลของรัฐเพื่อใช้ในโรงพยาบาล

🌿 4. การคุ้มครองสมุนไพรและเขตอนุรักษ์

สมุนไพรควบคุม

● ห้ามผู้ใดศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต

● ใบอนุญาตมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต

เขตอนุรักษ์สมุนไพร

● มีการจัดทำ "แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร" ในพื้นที่ธรรมชาติหรือถิ่นกำเนิดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

● ข้อห้ามสำคัญในพื้นที่: ห้ามยึดถือครอบครองที่ดิน, ปลูกก่อสร้าง, ตัด โค่น แผ้วถาง เผา หรือทำลายต้นไม้และพฤกษชาติอื่น รวมถึงการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

🏛️ 5. คณะกรรมการและหน่วยงานบริหาร

● คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย:

● ประธาน: ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

● กรรมการโดยตำแหน่ง: อธิบดีกรมการแพทย์, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมป่าไม้, กรมวิชาการเกษตร, เลขาธิการ อย. เป็นต้น

● กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ (วาระ 2 ปี)

● อำนาจหน้าที่: เสนอแนะนโยบายและมาตรการคุ้มครอง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ และให้ความเห็นชอบการจดทะเบียนสิทธิ

● หน่วยงานธุรการ: สถาบันการแพทย์แผนไทย ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและวิชาการของคณะกรรมการ

💰 6. กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

จัดตั้งขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายในการคุ้มครอง อนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

● แหล่งเงินทุน: เงินอุดหนุนจากรัฐบาล, เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้, ดอกผลและผลประโยชน์จากกองทุน

● ⚠️ ความพิเศษ: รายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

7. อัตราค่าธรรมเนียมและบทกำหนดโทษสำคัญ

อัตราค่าธรรมเนียม (ตัวอย่างสำคัญ)

● ใบอนุญาตจำหน่าย ส่งออก หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า: 20,000 บาท

● ใบอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากตำรับยา/ตำราของชาติ: 20,000 บาท

● หนังสือสำคัญการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญา: 1,000 บาท

บทกำหนดโทษ

● ฝ่าฝืนมาตรา 19 หรือ 46: (ใช้ตำรับยาของชาติโดยไม่ขออนุญาต หรือ วิจัย/ส่งออก/จำหน่าย/แปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต)

● โทษ: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

● ฝ่าฝืนมาตรา 50: (มีสมุนไพรควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนดโดยไม่แจ้งต่อนายทะเบียน)

● โทษ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

● ฝ่าฝืนมาตรา 63: (กระทำการต้องห้ามในพื้นที่เขตอนุรักษ์สมุนไพร เช่น แผ้วถาง เผาป่า)

● โทษ: จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ประเมินความรู้ของคุณ

ทำแบบทดสอบจำลอง เพื่อเช็คความเข้าใจในกฎกระทรวงฉบับนี้

พระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการ พ.ศ. ๒๕๔๒

bottom of page