สรุปเนื้อหาสำคัญ (Key Takeaways)
พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖
สรุปเนื้อหาสำคัญเพื่อใช้ในการเตรียมตัวสอบ เน้นประเด็นหลัก กฎระเบียบ และบทลงโทษ
________________________________________
๑. บทนำและวัตถุประสงค์ของการตรา พ.ร.บ.
เหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.บ.:
เดิมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ แต่เนื่องจากมีผู้ประกอบวิชาชีพมากขึ้นจึงจัดตั้ง "สภาวิชาชีพ" เพื่อปกครองตนเองและควบคุมมาตรฐานให้เป็นอิส
วัตถุประสงค์หลักของสภาการแพทย์แผนไทย (มาตรา ๘):
1.ส่งเสริมการศึกษา การพัฒนา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพ
2.ควบคุม กำกับ ดูแล และกำหนดมาตรฐานการให้บริการ
3.ควบคุมความประพฤติและจริยธรรมให้เป็นไปตาม จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
4.ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชน
5.ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
6.ส่งเสริมความสามัคคี ผดุงเกียรติ สิทธิ และสวัสดิการของสมาชิก
7.เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและประยุกต์ของประเทศไทย
๒. นิยามศัพท์สำคัญ (จำให้แม่น)
คำศัพท์นิยามตามกฎหมาย
การแพทย์แผนไทยกระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการผดุงครรภ์ การนวดไทย และการเตรียมผลิตยาแผนไทย
การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยการกระทำต่อมนุษย์โดยอาศัยองค์ความรู้ ๕ ด้าน: เวชกรรม, เภสัชกรรม, ผดุงครรภ์, นวดไทย และการแพทย์พื้นบ้าน
การแพทย์แผนไทยประยุกต์การประกอบวิชาชีพโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
ความแตกต่างของงาน ๕ ด้าน (มาตรา ๓):
●เวชกรรมไทย: การตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ (ครอบคลุมทั้งผดุงครรภ์ เภสัช และนวดด้วย)
●เภสัชกรรมไทย: การเตรียมยา ผลิต ประดิษฐ์ เลือกสรร ควบคุมคุณภาพ ปรุงยา และจ่ายยาตามใบสั่งยา
●การผดุงครรภ์ไทย: การดูแลหญิงมีครรภ์ การทำคลอด การดูแลมารดาและทารกหลังคลอด
●การนวดไทย: การตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา โดยใช้องค์ความรู้ศิลปะการนวดไทย
●การแพทย์พื้นบ้านไทย: การดูแลสุขภาพโดยใช้องค์ความรู้ที่สืบทอดกันมาในชุมชนท้องถิ่น
๓. สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย (มาตรา ๑๒ - ๑๔)
คุณสมบัติผู้สมัครสมาชิก (มาตรา ๑๒):
●อายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์
●มีความรู้ในวิชาชีพผ่าน ๓ ช่องทาง:
●(ก) ฝึกอบรมจากสถาบัน/สถานพยาบาลที่สภารับรอง และสอบผ่าน
●(ข) ได้รับปริญญา/ประกาศนียบัตรที่สภารับรอง และสอบผ่าน
●(ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการรับรองความรู้ การแพทย์พื้นบ้านไทย และผ่านการประเมิน/สอบ
●ไม่ประพฤติเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
●ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย
●ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือโรคที่กำหนดในข้อบังคับ
การสิ้นสุดสมาชิกภาพ (มาตรา ๑๔):
●ตาย, ลาออก
●ขาดคุณสมบัติด้านความรู้ (ตามมาตรา ๑๒ (๒))
●คณะกรรมการมีมติให้พ้นสภาพเนื่องจากประพฤติเสื่อมเสีย
●เป็นผู้วิกลจริต/โรคต้องห้าม โดยมีแพทย์ไม่น้อยกว่า ๓ คนยืนยันว่ารักษาไม่หายภายใน ๒ ปี
๔. คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
วาระและการดำรงตำแหน่ง:
●วาระคราวละ ๓ ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ ไม่เกิน ๒ วาระ
●นายกสภาฯ: เลือกจากกรรมการกลุ่มเลือกตั้งเท่านั้น
●สภานายกพิเศษ: คือ รมว.สาธารณสุข มีอำนาจยับยั้งมติคณะกรรมการ
●กรรมการโดยตำแหน่ง (๕ ท่าน): ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ, อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, เลขาธิการ อย., และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
●กรรมการจากการเลือกกันเอง (๑๒ ท่าน):
●คณบดี/หัวหน้าภาควิชา (สาขาละ ๓ คน รวม ๖ คน)
●ผู้แทนสมาคม/มูลนิธิ (๓ คน)
●หัวหน้าสถาบัน/สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถ่ายทอดความรู้ (๓ คน)
●กรรมการเลือกตั้ง: มีจำนวนเท่ากับกลุ่มที่ ๑ และ ๒ รวมกัน (เลือกโดยสมาชิก)วาระและการดำรงตำแหน่ง:
●วาระคราวละ ๓ ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ ไม่เกิน ๒ วาระ
●นายกสภาฯ: คณะกรรมการเลือกจากกรรมการกลุ่มเลือกตั้ง (มาตรา ๑๕ (๕)) เท่านั้นอำนาจหน้าที่สำคัญ:
●บริหารสภาตามวัตถุประสงค์ และออกข้อบังคับต่างๆ
●สภานายกพิเศษ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข): มีอำนาจยับยั้งมติของคณะกรรมการในเรื่องสำคัญ (เช่น การออกข้อบังคับ, งบประมาณ, การให้สมาชิกพ้นสภาพ, การพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาต) ภายในเวลาที่กำหนด
๕. การควบคุมวิชาชีพและข้อยกเว้น
ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือประยุกต์ กระทำการประกอบวิชาชีพ (มาตรา ๓๑)ข้อยกเว้น ๗ ประการที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต:
1.การกระทำต่อตนเอง
2.การช่วยเหลือตามหน้าที่/หลักมนุษยธรรม/ธรรมจรรยา โดยไม่รับประโยชน์ตอบแทน
3.นักเรียน/นักศึกษา/ผู้รับการฝึกอบรม ภายใต้การควบคุมของครูผู้ฝึกที่วิชาชีพรับรอง
4.บุคคลที่หน่วยงานรัฐ/ท้องถิ่น/สภากาชาด มอบหมายให้ทำภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพ
5.พนักงานในสถานพยาบาลภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพ
6.ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
7.หมอพื้นบ้าน: มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ได้รับการยกย่องจากชุมชน และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
๖. บทกำหนดโทษ (มาตรา ๕๓ - ๕๗)
การกล่าวหา/กล่าวโทษ:
●อายุความ: ต้องยื่นเรื่องภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด และไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันที่มีการประพฤติผิดขั้นตอนการพิจารณา:
1.อนุกรรมการจรรยาบรรณ: สืบสวนหาข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
2.อนุกรรมการสอบสวน: หากคณะกรรมการเห็นว่ามีมูล จะตั้งคณะนี้เพื่อสอบสวนชี้มูลความผิด
3.คณะกรรมการวินิจฉัย: พิจารณาสํานวนสอบสวนและลงมติระดับโทษวินัย ๕ ขั้น (มาตรา ๔๕):
4.ยกข้อกล่าวหา
5.ว่ากล่าวตักเตือน
6.ภาคทัณฑ์
7.พักใช้ใบอนุญาต (ไม่เกิน ๒ ปี)
8.เพิกถอนใบอนุญาต (ขอใหม่ได้เมื่อพ้น ๒ ปีนับจากวันเพิกถอน)
๗. พนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา ๕๐)
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจสอบเพื่อควบคุมให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ดังนี้:
●เข้าไปในสถานที่ประกอบวิชาชีพในเวลาทำการ
●เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะที่มีเหตุสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิด (ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงตกหรือเวลาทำการ)
●ยึดเอกสารหรือวัตถุเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
๘. บทกำหนดโทษ (สรุปมาตรา ๕๓ - ๕๗)
●
ฐานความผิดบทลงโทษสูงสุด
ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตคุก ๓ ปี / ปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท
ใช้คำนำหน้า/อักษรย่อเท็จคุก ๑ ปี / ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท
ไม่คืนใบอนุญาต / ขัดขวางเจ้าหน้าที่ปรับ ๒,๐๐๐ บาท
๗. อัตราค่าธรรมเนียม
●ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต: ๓,๐๐๐ บาท
●ค่าต่ออายุใบอนุญาต: ๒,๐๐๐ บาท
●ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน: ๕๐๐ บาท
●ค่าหนังสืออนุมัติ/วุฒิบัตรแสดงความชำนาญ: ๒,๐๐๐ บาท
●ค่าใบแทนใบอนุญาต: ๕๐๐ บาท
ประเมินความรู้ของคุณ
ทำแบบทดสอบจำลอง เพื่อเช็คความเข้าใจในกฎกระทรวงฉบับนี้



















