top of page
พระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖
00:00 / 21:59

สรุปเนื้อหาสำคัญ (Key Takeaways)

พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖

สรุปเนื้อหาสำคัญเพื่อใช้ในการเตรียมตัวสอบ เน้นประเด็นหลัก กฎระเบียบ และบทลงโทษ

________________________________________

๑. บทนำและวัตถุประสงค์ของการตรา พ.ร.บ.

เหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.บ.:

เดิมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ แต่เนื่องจากมีผู้ประกอบวิชาชีพมากขึ้นจึงจัดตั้ง "สภาวิชาชีพ" เพื่อปกครองตนเองและควบคุมมาตรฐานให้เป็นอิส

วัตถุประสงค์หลักของสภาการแพทย์แผนไทย (มาตรา ๘):

1.ส่งเสริมการศึกษา การพัฒนา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพ

2.ควบคุม กำกับ ดูแล และกำหนดมาตรฐานการให้บริการ

3.ควบคุมความประพฤติและจริยธรรมให้เป็นไปตาม  จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

4.ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชน

5.ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล

6.ส่งเสริมความสามัคคี ผดุงเกียรติ สิทธิ และสวัสดิการของสมาชิก

7.เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและประยุกต์ของประเทศไทย

๒. นิยามศัพท์สำคัญ (จำให้แม่น)


คำศัพท์นิยามตามกฎหมาย

การแพทย์แผนไทยกระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการผดุงครรภ์ การนวดไทย และการเตรียมผลิตยาแผนไทย

การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยการกระทำต่อมนุษย์โดยอาศัยองค์ความรู้ ๕ ด้าน: เวชกรรม, เภสัชกรรม, ผดุงครรภ์, นวดไทย และการแพทย์พื้นบ้าน

การแพทย์แผนไทยประยุกต์การประกอบวิชาชีพโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์

ความแตกต่างของงาน ๕ ด้าน (มาตรา ๓):

●เวชกรรมไทย:  การตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ (ครอบคลุมทั้งผดุงครรภ์ เภสัช และนวดด้วย)

●เภสัชกรรมไทย:  การเตรียมยา ผลิต ประดิษฐ์ เลือกสรร ควบคุมคุณภาพ ปรุงยา และจ่ายยาตามใบสั่งยา

●การผดุงครรภ์ไทย:  การดูแลหญิงมีครรภ์ การทำคลอด การดูแลมารดาและทารกหลังคลอด

●การนวดไทย:  การตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา โดยใช้องค์ความรู้ศิลปะการนวดไทย

●การแพทย์พื้นบ้านไทย:  การดูแลสุขภาพโดยใช้องค์ความรู้ที่สืบทอดกันมาในชุมชนท้องถิ่น

๓. สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย (มาตรา ๑๒ - ๑๔)

คุณสมบัติผู้สมัครสมาชิก (มาตรา ๑๒):

●อายุไม่ต่ำกว่า  ๒๐ ปีบริบูรณ์

●มีความรู้ในวิชาชีพผ่าน ๓ ช่องทาง:

●(ก) ฝึกอบรมจากสถาบัน/สถานพยาบาลที่สภารับรอง และสอบผ่าน

●(ข) ได้รับปริญญา/ประกาศนียบัตรที่สภารับรอง และสอบผ่าน

●(ค) เป็นผู้ที่ส่วนราชการรับรองความรู้  การแพทย์พื้นบ้านไทย  และผ่านการประเมิน/สอบ

●ไม่ประพฤติเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

●ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย

●ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือโรคที่กำหนดในข้อบังคับ

การสิ้นสุดสมาชิกภาพ (มาตรา ๑๔):

●ตาย, ลาออก

●ขาดคุณสมบัติด้านความรู้ (ตามมาตรา ๑๒ (๒))

●คณะกรรมการมีมติให้พ้นสภาพเนื่องจากประพฤติเสื่อมเสีย

●เป็นผู้วิกลจริต/โรคต้องห้าม โดยมีแพทย์ไม่น้อยกว่า ๓ คนยืนยันว่ารักษาไม่หายภายใน ๒ ปี

๔. คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย

วาระและการดำรงตำแหน่ง:

●วาระคราวละ ๓ ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ ไม่เกิน ๒ วาระ

●นายกสภาฯ: เลือกจากกรรมการกลุ่มเลือกตั้งเท่านั้น

●สภานายกพิเศษ: คือ รมว.สาธารณสุข มีอำนาจยับยั้งมติคณะกรรมการ

●กรรมการโดยตำแหน่ง (๕ ท่าน):  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ, อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, เลขาธิการ อย., และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

●กรรมการจากการเลือกกันเอง (๑๒ ท่าน):

●คณบดี/หัวหน้าภาควิชา (สาขาละ ๓ คน รวม ๖ คน)

●ผู้แทนสมาคม/มูลนิธิ (๓ คน)

●หัวหน้าสถาบัน/สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถ่ายทอดความรู้ (๓ คน)

●กรรมการเลือกตั้ง:  มีจำนวนเท่ากับกลุ่มที่ ๑ และ ๒ รวมกัน (เลือกโดยสมาชิก)วาระและการดำรงตำแหน่ง:

●วาระคราวละ  ๓ ปี  และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้  ไม่เกิน ๒ วาระ

●นายกสภาฯ:  คณะกรรมการเลือกจากกรรมการกลุ่มเลือกตั้ง (มาตรา ๑๕ (๕)) เท่านั้นอำนาจหน้าที่สำคัญ:

●บริหารสภาตามวัตถุประสงค์ และออกข้อบังคับต่างๆ

●สภานายกพิเศษ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข):  มีอำนาจยับยั้งมติของคณะกรรมการในเรื่องสำคัญ (เช่น การออกข้อบังคับ, งบประมาณ, การให้สมาชิกพ้นสภาพ, การพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาต) ภายในเวลาที่กำหนด

๕. การควบคุมวิชาชีพและข้อยกเว้น

ข้อห้ามสำคัญ:  ห้ามผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือประยุกต์ กระทำการประกอบวิชาชีพ (มาตรา ๓๑)ข้อยกเว้น ๗ ประการที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต:

1.การกระทำต่อตนเอง

2.การช่วยเหลือตามหน้าที่/หลักมนุษยธรรม/ธรรมจรรยา โดยไม่รับประโยชน์ตอบแทน

3.นักเรียน/นักศึกษา/ผู้รับการฝึกอบรม ภายใต้การควบคุมของครูผู้ฝึกที่วิชาชีพรับรอง

4.บุคคลที่หน่วยงานรัฐ/ท้องถิ่น/สภากาชาด มอบหมายให้ทำภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพ

5.พนักงานในสถานพยาบาลภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพ

6.ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

7.หมอพื้นบ้าน:  มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า  ๑๐ ปี  ได้รับการยกย่องจากชุมชน และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

๖. บทกำหนดโทษ (มาตรา ๕๓ - ๕๗)

การกล่าวหา/กล่าวโทษ:

●อายุความ:  ต้องยื่นเรื่องภายใน  ๑ ปี  นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด และไม่เกิน  ๓ ปี  นับแต่วันที่มีการประพฤติผิดขั้นตอนการพิจารณา:

1.อนุกรรมการจรรยาบรรณ:  สืบสวนหาข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ

2.อนุกรรมการสอบสวน:  หากคณะกรรมการเห็นว่ามีมูล จะตั้งคณะนี้เพื่อสอบสวนชี้มูลความผิด

3.คณะกรรมการวินิจฉัย:  พิจารณาสํานวนสอบสวนและลงมติระดับโทษวินัย ๕ ขั้น (มาตรา ๔๕):

4.ยกข้อกล่าวหา

5.ว่ากล่าวตักเตือน

6.ภาคทัณฑ์

7.พักใช้ใบอนุญาต (ไม่เกิน ๒ ปี)

8.เพิกถอนใบอนุญาต (ขอใหม่ได้เมื่อพ้น ๒ ปีนับจากวันเพิกถอน)

๗. พนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา ๕๐)

พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจสอบเพื่อควบคุมให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ดังนี้:

●เข้าไปในสถานที่ประกอบวิชาชีพในเวลาทำการ

●เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะที่มีเหตุสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิด (ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงตกหรือเวลาทำการ)

●ยึดเอกสารหรือวัตถุเพื่อใช้เป็นหลักฐาน

๘. บทกำหนดโทษ (สรุปมาตรา ๕๓ - ๕๗)

●

ฐานความผิดบทลงโทษสูงสุด

ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตคุก ๓ ปี / ปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท

ใช้คำนำหน้า/อักษรย่อเท็จคุก ๑ ปี / ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท

ไม่คืนใบอนุญาต / ขัดขวางเจ้าหน้าที่ปรับ ๒,๐๐๐ บาท

๗. อัตราค่าธรรมเนียม

●ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต:  ๓,๐๐๐ บาท

●ค่าต่ออายุใบอนุญาต:  ๒,๐๐๐ บาท

●ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน:  ๕๐๐ บาท

●ค่าหนังสืออนุมัติ/วุฒิบัตรแสดงความชำนาญ:  ๒,๐๐๐ บาท

●ค่าใบแทนใบอนุญาต:  ๕๐๐ บาท



ประเมินความรู้ของคุณ

ทำแบบทดสอบจำลอง เพื่อเช็คความเข้าใจในกฎกระทรวงฉบับนี้

พระราชบัญญัติ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖

bottom of page