top of page

เมนูการเรียนรู้

1 .

เนื้อหาหลัก

2 .

สรุปย่อ

เอกสารประกอบ

คลิปเสียง

3 .

คลิป VDO

4 .

แบบทดสอบ

เวชกรรมไทย ๑

บทที่ ๑ ประวัติการแพทย์แผนไทย

๕๐

๓. คัมภีร์ธาตุวิภังค์

๓. สรุปคัมภีร์โรคนิทาน และ ๔. คัมภีร์ธาตุวิภังค์

พระคัมภีร์โรคนิทานเป็นชื่อของพระคัมภีร์ที่ว่าด้วยเหตุและสมุฏฐานของโรค - โรคนิทาน “ แปลว่า เหตุที่เกิดโรค พระคัมภีร์โรคนิทานนี้ปรากฏชื่ออยู่ใน “ ตำราพระโอสถพระนารายณ์ “ ซึ่งเป็นตำราที่รวบรวมขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑) โดยปรากฏอยู่คู่กับ “พระคัมภีร์มหาโชตรัต ดังนี้

ถ้าไข้ในคิมหันต์ โลหิตมีกำลัง วสันต์วาโยมีกำลัง เหมันต์เสมหะมีกำลัง กล่าวไข้ดังนี้พอประมาณ วิตถาร แจ้งอยู่ในฤดู ๖ พระคัมภีร์มหาโชตรัตและโรคนิทานนั้นแล้ว”

พระคัมภีร์ธาตุวิภังค์

ได้ให้ความสำคัญกับธาตุทั้ง ๔ และอิทธิพลของฤดูกาล โดยเชื่อว่าธาตุทั้ง ๔ จะต้องอยู่ในภาวะสมดุลกับร่างกาย จึงจะไม่เจ็บป่วย โดยธาตุดินอาศัยน้ำทำให้ชุ่มและเต่งตึง อาศัยลมพยุงให้คงรูปและเคลื่อนไหว อาศัยไฟให้พลังอุ่นไว้ไม่ให้เน่า น้ำต้องอาศัยดินเป็นที่เกาะกุมซับไว้ มีให้ไหลเหือดแห้งไปจากที่คงอยู่ อาศัยลมทำน้ำไหลซึมซับทั่วร่างกาย ลมต้องอาศัยน้ำและดินเป็นที่อาศัย นำพาพลังไปในที่ต่าง ๆ ดินปะทะลมทำให้เกิดการเคลื่อนที่แต่พอเหมาะ ในขณะที่ลมสามารถ ทำให้ไฟลุกโชนเผาผลาญมากขึ้น จะเห็นได้ว่าธาตุทั้ง ๔ ต่างอาศัยซึ่งกันและกันจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ และหากธาตุใด ธาตุหนึ่งแปรปรวนก็จะเสียความสมดุลทันที

จากเนื้อหาของพระคัมภีร์ทั้ง ๒ แสดงให้เห็นถึงความคิดพื้นฐานของแพทย์แผนไทยที่ใช้พิจารณาองค์ประกอบของร่างกาย แบ่งเป็นธาตุหลัก ๔ ประการ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และในธาตุหลักยังแบ่งย่อยออกไปอีก คือ ธาตุดิน ๒๐ ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุลม ๖ ธาตุไฟ ๔ และหากธาตุใดธาตุหนึ่งแปรปรวนก็ย่อมส่งผลกระทบต่อธาตุอื่นๆ ด้วย ทำให้เกิดการแปรปรวนกระทบกันมา ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยได้

ค.โรคนิทาน - กล่าวถึงการตาย โดย

๑. ปัจจุบันโรค คือ ถูกทุบถองโบยตี ต้องอาญา ประหารหอกดาบ (โอปักกะมิกาพาธ)

๒. โบราณโรค คือ การตายโดยปกติ (ตายโดยกำหนดสิ้นปริโยสานธาตุทั้งก็อันตรธารสูญสิ้นไปตามลำดับขันธ์)

ค.ธาตุวิภังค์ - กล่าวถึงการตาย โดย

๑. ตายด้วย - ปัจจุบันโรค คือ เป็นโรคตายโดยปัจจุบันทันด่วน เช่น อหิวาตกโค หรือโรคระบาด

- ปัจจุบันกรรม คือ ตายด้วยปีศาจและไข้เพื่อโอปักกะมิกาพาธ ท่านทุบถองโบยตีบอบช้ำ และต้องราช อาญาแห่งพระมหากษัตริย์ให้พิฆาตฆ่าเสียด้วยหอกดาบปืนไฟนั้น ตายโดยเร็ว โดยด่วน มิได้ตายเป็นปกติ โดยลำดับ ขันธชวร ธาตุทั้ง ๔ มิได้ล่วงเป็นลำดับเลย

๒. ตายด้วย - โบราณโรค คือ เป็นโรคคร่ำคร่า เรื้อรังมานาน

โบราณกรรม คือ ตายโดยกำหนดสิ้นอายุปริโยสายเป็นปกตินั้น ธาตุทั้ง ๔ ก็อันตรธานสูญหายเป็นลำดับ กันไป คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แต่มิได้ขาดสูญหายพร้อมกันทีเดียว ย่อมจะสูญขาดไปแต่ที่ละ ๒, ๓, ๔, ๕ ถึง ขาดถอย ลงไปเป็นลำดับ

 

ว่าด้วย ธาตุทั้งสี่ขาดและเหลือ

ปถวีธาตุ ๒๐ อย่าง ขาดไป ๑๙ เหลือ หัวใจ

อาโปธาตุ ๑๒ อย่าง ขาดไป ๑๑ เหลือ ค.โรคนิทาน-น้ำลาย, ค.ธาตุวิภังค์-น้ำดี (ปิตตัง)

วาโยธาตุ ๖ อย่างขาดไป ๕ เหลือ ลมหายใจ

เตโชธาตุ ๔ อย่าง ขาดไป ๓ เหลือ ไฟอบอุ่นร่างกาย

ธาตุทั้ง ๔ พิการตามฤดู

เดือน ๕-๖-๗ เตโช ชื่อ สันตัปปัคคีพิการ เกิดลม ๖ จําพวก


 

๒๔

 

โรคนิทาน ว่าด้วยคนจะถึงความมรณะสิ้นอายุ ธาตุอันใดจะขาด จะหย่อน จะพิการ อันตรธานประการใดก็ดี มีแจ้งอยู่ใน คัมภีร์มรณะญาณสูตรแล้ว

โรคนิทาน ความมรณะ แบ่งเป็น ๒ อย่าง

๑. ปัจจุบันโรค ทุบถองโบย ราชอาญา(โอปักกะมิกาพาธ)

๒. โบราณโรค กำหนดสิ้นอายุขัย ดิน-หัวใจ, น้ำ-น้ำลาย ลม - หายใจเข้า-ออก, ไฟ-อุ่นกาย

 

ธาตุวิภังค์ กล่าวถึง สาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับแต่ละบุคคล เมื่อธาตุทั้ง ๔ พิการ ขาดเหลือ พิการตามฤดู ธาตุ ทั้ง ๔ แตกและยารักษา

ธาตุวิภังค์ สาเหตุการเสียชีวิต แบ่งเป็น ๒ อย่าง

๑. ปัจจุบันโรค, ปัจจุบันกรรม

๒. โบราณโรค, โบราณกรรม

ปัจจุบันโรคเกิดโรคร้ายแรง เช่นอหิวาต์

ปัจจุบันกรรม อุบัติเหตุทุบถองโบย ราชอาญา (โอปักกะมิกาพาธ)

โบราณโรค โรคเรื้อรัง คร่ำคร่า

โบราณกราม สิ้นสุดปริโยสาน (ย่างเข้าสู่ความชรา) ดิน-หัวใจ, น้ำ-ดี(ปิตตัง) ลม-หายใจ, ไฟ-อุ่นกาย

 

ธาตุพิการตามฤดู (เต วา อา ปัถ ๕-๘-๑๑ - ๒)

๕-๖-๗ ไฟสันต์ป

อาหารย่อยง่าย, หิวบ่อยท้องใน เกิดลม ๖ จำพวก อุต/อุทรัน สะดือ-คอ ปัต/อุระ อก-คอ อัส/อัสสา คัดจมูก ปรา/ปัสสา ขัดอก อนุ ขาดไป ลมจับ มหา/มหสกะ หาวนอน แน่นิ่ง

๘-๑๙-๒๐ ลมกุจฉิ

เมื่อย, แตก,เวียน, โลหิต, ไม่รู้รส

๑๑-๑๒-๑ น้ำ กินผิดสำแดง

ดี โกรธ สะดุ้ง, เสมหะ ไม่รู้รส หนอง หืด, โลหิต คลั่ง เพ้อ ร้อน เหงื่อ ซึม, มันข้น ตัวชา มันเหลว บวม ผอม น้ำตา ปวดหัว, น้ำลาย ไข้ คอ-ฟันแห้ง น้ำมูก ปวดหัว, ไข ข้อ เมื่อย มูตร แดง

๒-๓-๔ ดิน นอนผิดเวลา นอนไม่หลับ

ผม รังแค ขน เจ็บ เล็บ ดำช้ำ ฟัน รำมะนาด หนัง ผื่นผด เนื้อบวม ประดง เอ็น อัมพฤกษ์ กระดูก เมื่อย สมองกระดูก ปวดศีรษะ ม้าม-หย่อน หัวใจ-บ้า ตับ-โต พังผืด-จุกเสียด ไต แดกขึ้นปอด-กระหาย ไส้ใหญ่ หาวเรอ ไส้น้อย -ท้องมาน อาหารใหม่-ลง/ราก ป่วง อาหารเก่า-ไม่รู้รส มันสมอง คลั่ง สันนิบาตต่อลม

 

ธาตุทั้ง ๔ แตกในคัมภีร์ธาตุวิภังค์ อาการคล้ายกับ ธาตุทั้ง ๔ พิการในคัมภีร์โรคนิทาน

เตโชแตก/พิการ 

สันตับ ตาย ปริหทัย ร้อนในเย็นนอก ชิร ชราไม่รู้สัมผัส ปริณา บวม ไอ มองคล่อ

วาโยแตก/พิการ

อุทธัง ขวักไขว่ ทุรนทุราย อโธ ยกไม่ได้ กุจฉิ แดก ท้องลั่น โกฏฐา เหม็นจน อาเจียน อังค หิ่งห้อย อัสสา ตาย

อาโปแตก/พิการ

ดี คลั่ง เสมหะ ลงเป็นโลหิตเน่า หนอง ฝีภายใน โลหิต ไข้พิษไข้กาฬ เหงื่อ ตัวเย็น มันข้น แตกเป็น น้ำเหลือง มันเหลว ตัว ตาเหลืองเป็นป่วง น้ำตา เป็นต้อน้ำลาย มุขโรค น้ำมูก ตามัว ไขข้อ ขัด ตึง มูตร เป็นกาฬ.ทุลาวสา

ปถวีแตก/พิการ

ผมร่วง ขน เจ็บทุกขุมชน เล็บ หัวเดือนดาว ฟัน ฝีทันตกฎฐัง หนัง เรื้อน เนื้อ ไข้กาฬ เอ็น อัมพาต กระดูก ปวดเมื่อย สมองกระดูก ปวดแท่งกระดูกม้าม ป้างหัวใจ เสียจริต บ้า ตับ กาฬ ลงเป็นโลหิต พังผืด อกแห้ง ไต(พุง) ท้องขึ้นท้องพอง ปอด กาฬขึ้นหอบจน โครงลด ไส้ใหญ่ ดานไส้ตีบ ไส้น้อย ลงเป็นโลหิต อาหารใหม่ โรคอุจจาระธาตุ อาหารเก่า ริดสีดวงคูถทวาร มันสมอง ลิ้นกระด้าง สันนิบาตลมปะกัง

ธาตุทั้ง ๔ พิการในคัมภีร์โรคนิทาน อาการคล้ายกับ ธาตุทั้ง ๔ แตกในคัมภีร์ธาตุวิภังค์คือแบ่งฤดูเป็น ๔ ฤดูละ ๓ เดือน

ทั้ง ๒ คัมภีร์นี้จะคล้ายๆ กัน ส่วนคัมภีร์ธาตุวิภังค์ จะเพิ่มเติมในเรื่องดังต่อไปนี้

 

ธาตุวิภังค์

**การค้นสาเหตุแห่งไข้ หรือการพยากรณ์โรคและไข้ต่างๆ กองพิกัดสมุฏฐาน ๔ ประการคือ ๑. ธาตุพิกัด ๒. อุตุมีฤดู ๓ และ ๖ ฤดู  ๓. อายุ ๔. กาล

อายุสมุฏฐาน ๓ วัย

๓.๑ ปฐมวัย (พาลทารก) คลอด-๑๖ ปี เสมหะเจ้าเรือนกำลัง ๑๒ องศา


 

๒๕

 

๓.๒. มัชฌิมวัย (พาลปานกลาง) ๑๖ ปี - ๓๐ ปี ปิตตะเจ้าเรือนกำลัง ๗ องศา

๓.๓. ปัจฉิมวัย (พาลผู้เฒ่า) อายุ ๓๐ ปี - จนถึงอายุขัย วาตะที่ตั้งกำลัง ๑๐ องศา

 

กาลสมุฏฐาน แบ่งออกได้เป็น กาลกลางวันและกลางคืน (เฉพาะกาล ๓)**เหมือนคัมภีร์สมุฏฐานวินิฉัย**

ยารักษา เกิดลม ๖ ประการนี้เกิดเพื่อเตโชธาตุพิการ ให้แก้ด้วยยา ชื่อ กาลาธิจร เอาโกฐสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ ดีปลี ๑ หัวแห้วหมู ๑ เปลือกมูกมัน ๑ ผลผักชี ๑ อบเชย ๑ สะค้าน ๑ ขิง ๑ ผลเอ็น ๑ อำพัน ๑ ยาทั้งนี้เอาส่วนเท่ากัน ตำให้เป็นผงละลาย น้ำร้อนแลน้ำผึ้งก็ได้

**วาโยธาตุพิการ ให้แก้ด้วยยา ชื่อฤทธิจร เอาดีปลี ๑ แฝกหอม ๑ เปราะหอม ๑ พริกไทย ๑ หัวแห้วหมู ๑ หว้านน้ำ ๑ ยาทั้งนี้เอาส่วนเท่ากัน รากกระเทียมเท่ายา ตำเป็นผงละลายน้ำร้อนหรือน้ำผึ้งก็ได้

**มูตรพิการให้ปัสสาวะแดงแลขัดปัสสาวะๆ เป็นโลหิต เจ็บปวดเป็นกำลัง ธาตุน้ำ ๑๒ จำพวกนี้ ประมวน เข้าด้วยกันชื่อว่า อาโปธาตุ ถ้าจะแก้ เอารากเจตมูลเพลิง ๑ โกฐสอ ๑ ลูกผักชี ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ ลูกมะตูมอ่อน ๑ สะค้าน ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ รากคัดเค้า ๑ เปลือกมูกมัน ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สมุลแว้ง ๑ กาลังกา ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสาระภี ๑ เกสรบัวหลวง ๑ รากขัดมอน ๑ เอาส่วนเท่ากันต้ม ๓ เอา ๑

**ให้คลั่ง เพ้อพก หาสติไม่ได้เพราะพิษโลหิตแล่นเข้ากับหัวใจ ชักเท้าหงิกมือกำ ไข้กำเดาโลหิต (โลหิตตังพิการ) ยารักษา ชื่อจันทหฤทัย แก้พิษไข้ พิษกาฬ ไข้เพื่อสันนิบาต จับสะท้านร้อนสะท้านหนาว แก้ไข้ทั้งปวง

**มักเป็นป่วง ๗ จําพวก เพราะอาหารผิดสำแดง ยาชื่อ ตรีชวาสังข์ แก้ปถวีธาตุพิการ คือ สมอง, กระดูก, ม้าม ให้เอา กระเทียม ๑ ใบสะเดา ๑ ใบคนทีสอ ๑ เปลือกตีนเป็ด ๑ เบญจกูล ๕ จันทน์ทั้ง ๒ สมอทั้ง ๓ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ตรีกะฎุก ๓ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เปลือกกันเกรา ๒ ส่วน เปลือกสมุลแว้ง ๓ ส่วน ตำเป็นผงละลาย น้ำผึ้งกินแก้ปถวี ๒๐ ประการแล/แก้สมองให้สุมยา รสสุขุมมันสมองจะยุบและหายปวด

**แก้หัวใจพิการ ยามูลจิตรใหญ่ ยาหอมแก้ลมกองละเอียดต่างๆ

 

โรคนิทาน                           ธาตุวิภังค์

๑. ลมอุตะรันตะ                  ๑. ลมอุทรันตะวาตะ                          ลมพัดสะดือถึงคอ

๒. ลมปัตตะรัตนะ  ๒. สมอุระปักขะรันตะวาตะ   ลมพัดให้ขัดแต่อกถึงคอ

๓. ลมอัสวาตะ                    ๓. ลมอัสสาสะวาตะ                          ลมพัดให้ขัดตึงจมูก

๔. ลมปรามาศ                    ๔. ลมปัสสาสะวาตะ                          ลมพัดให้หายใจขัดอก

๕. ลมอนุวาตะ                    ๕. ลมอนุวาตะ                                  ลมพัดให้หายใจขาด / วิภังค์-ขัด จับแน่นิ่ง

๖. ลมมหาสดมภ์                 ๖. ลมมหสกะวาตะ                            ลมจับแน่นิ่ง / วิภังค์ หาวนอน หวั่นไหว แน่นิ่ง

 


bottom of page