top of page

เมนูการเรียนรู้

1 .

เนื้อหาหลัก

2 .

สรุปย่อ

เอกสารประกอบ

คลิปเสียง

3 .

คลิป VDO

4 .

แบบทดสอบ

เวชกรรมไทย ๑

บทที่ ๑ ประวัติการแพทย์แผนไทย

๘๒

๓. คัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์

              ว่าด้วยลักษณะลำบองราหู อันบังเกิดใน ๑๒ เดือน

              ๓.๑ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๕ เมื่อแรกจับให้ร้อน ให้ท้องขึ้นท้องพอง ลำบองนั้นเกิดแต่เตโชธาตุให้โทษ จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๒ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๖ เมื่อแรกจับทำให้มือเท้าเย็น ท้องขึ้น จักษุเหลือง จับให้สันหลังแข็ง จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๓ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๗ เมื่อแรกจับทำให้บิดตัว กำมือ ตาเหลือกขึ้นเบื้องบน จับข้างขึ้นตาย ข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๔ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๘ เมื่อแรกจับ ทำให้ปากเปื่อย ยิงฟัน จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๕ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๙ เมื่อแรกจับ ทำให้สะท้านหนาว หดมือหดเท้า จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๖ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๑๐ เมื่อแรกจับ ทำให้ตัวร้อนเป็นเปลว มักให้สะดุ้ง ร้องปลอบไม่หยุด จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๗ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๑๑ เมื่อแรกจับ จับราวนมและรักแร้ ทำให้อ้ารักแร้แล้วเอามือลูบอก ร้องดิ้นไปดังจะขาดใจ ๓ วันตาย แต่จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๘ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๑๒ เมื่อแรกจับ ทำให้ชัก ตัวเป็นเหน็บ หาสติมิได้ ร้องไม่ออก จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย


๘๓

๓.๙ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๑ เมื่อแรกจับ ทำพิษให้เจ็บไปทั่วทุกชุมชน ให้ขนชูชัน ให้ผื่นขึ้นทั้งตัว ให้สะดุ้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๑๐ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๒ เมื่อรำจับ จับแต่ลำคอ กระทำให้อ้าปากร้องไห้อยู่ ให้กลืนน้ำ กลืนข้าว กลืนนมไม่ได้ จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๑๑ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๓ เมื่อแรกจับ ทำให้ท้องขึ้นท้องพองเหลือกำหนด หายใจไม่ลง ร้องไห้ดิ้นรนอยู่ดังจะขาดใจ จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ๓.๑๒ ลำบองราหู เกิดในเดือน ๔ เมื่อแรกจับ กระทำให้ตาเหลือง ให้กำมือและขยับตัวไม่ได้ แข็งกระด้างไปทั้งตัว จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย

              ลักษณะกาฬโรค และสันนิบาตต่างๆ

กาฬโรคชื่อกาฬเสตระ เมื่อแรกขึ้นทำให้ตกใจสะดุ้งก่อน แล้วจึงผุดมาตั้งยอดสีขาว มีน้ำใส มีอาการกระทำให้ฟกบวมและมึนไปทั่วทั้งตัวไม่รู้สึกตัว ผิวหน้าซีด หาโลหิตมิได้ ฝ่ามือฝ่าเท้าซีด ขาวเป็นใย ทำให้ทุรนทุรายยิ่งนัก โรคนี้ถ้าเกิดแก่ผู้ใด ท่านว่ารักษาหายยากนัก

สันนิบาตกะตัดศีรษะด้วน สันนิบาตนี้ถ้าบังเกิดขึ้นกับบุคคลผู้ใด มักเกิดขึ้นที่ชายตับ ให้ตับโตออกมาจนคับโครง บางทีให้ตับหย่อนลงถึงตะคาก ให้จับเป็นเวลาดังเป็นไข้ให้เย็นทั่วทั้งตัว ให้ท้องขึ้นท้องพอง ผะอืดผะอม

สันนิบาตทุวันโทษ เกิดแต่กองสมุฏฐาน ๖ ประการ ประชุมพร้อมกันเข้าแล้วเมื่อใด มีอาการกระทำให้หนาว ให้บิดคร้าน มักให้ร้อนเป็นกำลัง แล้วทำให้หนาวสะท้าน บริโภคอาการไม่ได้ เหงื่อตก สยบมัวเมาปากขม วิงเวียน ผิวหน้าแตกระแหง มักพึงใจสิ่งอันเย็น ปัสสาวะเหลือง ตาแดง ให้เล็บและผิวเนื้อเหลือง มีกลิ่นดังสาบม้า ลักษณะดังกล่าวมานี้ จัดเป็นทุวันโทษในมหาสันนิบาต

สันนิบาตเจรียงอากาศ เมื่อบังเกิดมีอาการทำให้ผิวหน้าเหลืองดุจทาขมิ้น ฝ่ามือฝ่าเท้าเหลือง มักให้เวียนศีรษะ ให้เจ็บแสบในจักษุ กระหายน้ำ มักให้เป็นดังจะหลับแล้วมิหลับเล่า ให้เจ็บในอก ให้ปัสสาวะเหลืองดุจน้ำกรักอันแก่ ดูสิ่งนานเห็น บริโภคอาหารไม่ได้ ซูบผอม โทษทั้งนี้เพราะเสมหะ ๑ ส่วน วาโย ๒ ส่วน ดี ๔ ส่วน ระคนกัน

สันนิบาตเจรียงพระสมุทร เมื่อบังเกิดมีอาการกระทำให้ผิวเนื้อขาวซีด ฝ่ามือฝ่าเท้าซีด หนักมือ หนักเท้าเป็นกำลัง มักให้เจ็บทุกชิ้นเนื้อ ให้แน่นลำคอแน่นอก มักเป็นลมดังในคอ และให้เรอมิได้ขาด มักกระทำให้ขึ้งโกรธ มองดูสิ่งใดให้แดงไปสิ้น ครั้นเพ่งดูก็ย่อมเป็นวงไปทั้งนั้น โทษทั้งนี้เกิดแก่ดี ๑ ส่วน เสมหะ ๒ ส่วน วาโย ๔ ส่วน ระคนกัน

สันนิบาตบังเกิดเพื่อเสมหะ เมื่อบังเกิดให้จับเป็นเวลาให้คอแห้งถึงทรวงอก ให้ปากแห้ง ฟันแห้ง ลิ้นเปื่อยแตกกระแหง ให้สะบัดร้อนสะบัดหนาว ให้เมื่อยทั้งตัว บริโภคอาหารไม่ได้ แน่นในลำคอเป็นกำลังน้ำตาไหล


๘๔

              สันนิบาตบังเกิดเพื่อวาตะ เมื่อบังเกิดทำให้จับแน่นนิ่งไป ครั้นแก้ฟื้นขึ้นมา ก็ให้ชักเท้ากำมือกำ ให้สะทกไปทั่วทั้งตัว ให้หน้ามืด ให้ตัวเย็น มือเท้าเย็น ร้อนในอก เป็นกำลัง ขัดอุจจาระ ปัสสาวะ ให้ผูกเป็นพรรดึก

              สันนิบาตบังเกิดเพื่อโลหิต เมื่อบังเกิดให้เจ็บตั้งแต่รากขวัญลงมาถึงใบหู แล้วเข้าจับเอาแก้วตา ทำให้ตามืด และพิษนั้นจึงแล่นเข้าจับเอาดวงหทัย บางคนสลบไปดุจตาย บางคนให้จับมือเท้าโลดโผนโจนไป บางคนจับให้แน่นนิ่งไป เรียกไม่ได้ยิน อ้าปากไม่ออก บางทีให้เขม่นไปทั่วทั้งตัว ให้ร้อนเป็นกำลัง บางทีจับให้เวียนศีรษะจนลุกไม่ได้

              เบญจกาฬสันนิบาต ๕ อย่าง อภิฆาตสันนิบาต อภิวาราภัยสันนิบาต อภิสังคสันนิบาต อาคันตุกสันนิบาต วิสมสันนิบาต แต่ละอย่างมีลักษณะอาการ ดังนี้

              ๑. อภิฆาตสันนบาต บังเกิดด้วยอำนาจผู้อื่นเบียดเบียน มีทุบถองโบยตี เป็นต้น จึงมีอาการให้ปวดศีรษะดังต้องพิษอันใดอันหนึ่ง มักให้ลงท้อง บริโภคอาหารไม่ได้ และมักโกรธ ให้กระหายน้ำให้เสียดไปทั้งตัวมักให้สลบ

              ๒. อภิวาราภัยสันนิบาต บังเกิดด้วยความเพียรกระทำการงาน และทรมานร่างกาย มิวายเวลาหาความสุขมิได้เป็นต้น จึงมีอาการกระทำให้ขลาด ให้เจรจาผิด ให้ทุกข์โศก และให้บังเกิดซึ่งความโกรธได้มักให้สะท้านร้อนสะท้านหนาว กระทำดุจปีศาจเข้าสิง มักให้คลั่ง ให้กลัวคน ให้ไหลหลง และให้กระหายน้ำเป็นกำลัง

              ๓. อภิสังคสันนิบาต บังเกิดด้วยขัดแค้นเคืองขุ่นอันใดอันหนึ่ง และให้เจ็บช้ำน้ำใจ แล้วอาเจียนเป็นโลหิตออกมา มีอาการกระทำให้ขบศีรษะเสียดแทงไปทั้งตัว ให้สลบไปใจจะขาด ถ้าได้กลิ่นสิ่งใดสิ่งหนึ่งมักให้ร้อนทุรนทุรายยิ่งนัก

              ๔. วิสมสันนิบาต บังเกิดด้วยบริโภคอาการที่มีพิษ และถูกต้องสิ่งของอันมีพิษ เป็นอชินโรค กล่าว คือ ผิดสำแดง อหนึ่ง ประพฤติอิริยาบถไม่สม่ำเสมอกัน คือ แปลกถิ่นที่ดิน และที่นอน เป็นต้น จึงมีอาการกระทำให้บังเกิดอาการเช่นนั้น อนึ่งเกิดแก่เสพเบญจกามคุณ มักให้จิตใจฟุ้งซ่าน ให้สะอึกสะอื้น ให้ครั่นกาย ให้บริโภคอาหารมิได้ ท่านจึงกำหนดไว้ว่าเป็น วิสมสันนิบาต

              ๕. อาคันตุกสันนิบาต ว่าด้วยลักษณะสันนิบาตอันบังเกิดในที่สุด กำหนดแห่งสมุฏฐาน คือ ๒๙ ราตรี ยังไปมิได้สำเร็จ และสมุฏฐานโรคนั้นจึงเจือระคนมา จึงได้นามว่าสันนิบาต ขอให้ดูในคัมภีร์ สมุฏฐานวินิจฉัยโน้นเถิด

              สันนิบาตบังเกิดในกองสมุฏฐาน ๔ ประการ ได้แก่ สันนิบาตเกิดเพื่อปิตตะสมุฏฐาน สันนิบาตเกิดเพื่อเสมหะสมุฏฐาน สันนิบาตเพื่อวาตะสมุฏฐาน สันนิบาตเกเพื่อโลหิตสมุฐาน มีดังนี้


๘๕

สันนิบาตเกิดเพื่อปิตตะสมุฏฐานมี ๔ อย่าง คือ

๑. เกิดเพื่อดีซึม ลักษณะอาการเมื่อบังเกิดกระทำให้ซึมไป หาสติสมปฤดีมิได้ ให้อิ่มไป ไม่อยากกินอาหาร สะบัดร้อนสะบัดหนาว

              ๒. เกิดเพื่อดีพลุ่ง ลักษณะอาการเมื่อบังเกิดกระทำให้คลั่งเป็นคราวๆ บางทีให้กล้า บางทีให้ขลาดทำให้แน่นอกเป็นกำลัง ให้คอแห้ง ลำคอตีบ กินข้าวกินน้ำไม่ได้ ให้อาเจียน สวิงสวาย ให้พลุ่งขึ้นพลุ่งลงในอกให้ยกมือยกเท้าขวักไขว่ไปมา

              ๓. เกิดเพื่อดีล้น ลักษณะอาการสันนิบาตเกิดเพื่อดีล้น เมื่อบังเกิดให้โลดโผนไปทั้งตัว เห็นหน้าคนและสิ่งใดไม่ได้ ได้ยินได้ฟังสำเนียงอันใดก็ไม่ได้ สมมุติว่าต้องลมเพลมพัดก็ว่า มีปีศาจเข้าสิง ก็ว่าไม่อยากอาหาร คอแห้ง กระหายน้ำ น้ำลายเหนียว มือเย็นเท้าเย็นแต่ตัวร้อน

              ๔. เกิดเพื่อดีรั่ว ลักษณะอาการเมื่อบังเกิดกระทำให้ลงดุจกินยารุ มูลเหลือง ดุจน้ำขมิ้นสด ให้เคลิบเคลิ้มไป หาสติมิได้ ให้หิวโหย บริโภคอาหารไม่อยู่ท้อง สวิงสวาย แน่นหน้าอกเป็นกำลัง และท้องลั่นอยู่เป็นนิจมิได้ขาด

              ลักษณะอภิญญาณาธาตุ ๔ มีดังนี้

๑. ลักษณะชาติธาตุปถวี คือ ชาติธาตุปถวี กำเริบ หย่อย พิการ มีอากรกระทำให้เสมหะเน่า ให้เจ็บท้อง ท้องขึ้น ให้เสียดแทงและแปรเป็นอัมพฤกษ์ เป็นโรคกระษัย เป็นป้าง ให้เนื้อช้ำใน เล็บมือเล็บเท้าเขียวให้โลหิตตกทวารหนักทวารเบา กินอาหารไม่อยู่ท้อง โทษทั้งนี้ เกิดแต่กองปถวีธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ

๒. ลักษณะชาติธาตุอาโป คือ อาโปธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ มีอากรให้ลงท้อง เจ็บหน้าอก แปรเป็นกล่อน ขัดอุจจาระปัสสาวะ นอนไม่หลับ เป็นพรรดึกกลิ้งขึ้นกลิ้งลง ขัดสีข้าว ถ้าหญิงขัดซ้าย เยียวยายากนัก ถ้าแก้มิฟัง ๗ วันตาย มีอาการแปรไปให้ขัดหัวเข่าและน่อง เท้าเย็นให้บังเกิดเสมหะกล้า ผอมแห้ง เจ็บอกร้อนหน้าตาดังไข้จับ

๓. ลักษณะชาติธาตุวาโย คือ วาโยธาตุ กำเริบ หย่อน พิการนั้น มีอาการกระทำให้หนักตา เป็นหิ่งห้อยกระจายออก ให้เมื่อยมือเมื่อยเท้า ให้เป็นตะคริว และลมจับโปง ให้ขัดหัวเข่าและเมื่อยสันหลัง ให้สองเกลียวคอนั้นแข็ง สมมุติว่าเป็นฝีเส้น มีอาเจียนลมเปล่า เจ็บอก ขัดในท้อง หนักตา

๔. ลักษณะชาติธาตุเตโช คือ เตโชธาตุ กำเริบ หย่อน พิการนั้น มีอาการกระทำให้ร้อนปลายมือปลายเท้า มีพิษเจ็บปวดดุจปลาดุกยัก แปรไปให้หลังมือบวม ให้ผื่นขึ้นทั่วสรรพางค์กาย เป็นดังผดและหัดให้เจ็บท้องให้ตกปุพโพโลหิต ให้มือเท้าตาย


๘๖

ลักษณะอสุรินธัญญาณธาตุ ๔ มีดังนี้

๑. สมธาตุ

๒. วิสมธาตุ

๓. ติกขธาตุ

๔. มันทธาตุ

๑. สมธาตุ ลักษณะอาการ สมธาตุยิ่งไปด้วยกองสรรพธาตุ มีอาการกระทำให้จับเป็นเวลา บางทีให้ตัวร้อน เท้าเย็น บางทีให้สวิงสวาย ให้เจ็บในอก บริโภคอาหารไม่รู้รส บางทีให้มึน ให้ทั้งโทษทั้งนี้ กล่าวคือเสมหะสมุฏฐาน ปิตตะสมุฏฐาน และวาตะสมุฏฐาน ประชุมพร้อมกันในกองวีสติปถวีให้เป็นเหตุ

๒. วิสมธาตุ ลักษณะอาการ วิสมธาตุยิ่งไปด้วยกองวาโยมีกำลัง คือ ทำให้ท้องลั่นอยู่เป็นนิจบางวันให้ลง บางวันให้อยากอาหาร บางวันให้คับท้อง แน่นอกคับใจ เพลิงธาตุมิได้เสมอ วาโยเดินไม่สะดวกโทษทั้งนี้เกิดแต่กองฉกาลวาโยเป็นเหตุ

              ๓. ติกขธาตุ ลักษณะอาการ ติกขธาตุยิ่งไปด้วยสรรพิษทั้งปวง มีพิษดี พิษเสมหะ พิษลม เป็นอาทิพิษอันเศษเป็นที่สุด คือ เพลิงธาตุนั้นแรง เผาอาหารฉับพลันยิ่งนัก กระทำให้จับเชื่อมมัว ทั้งกลางวันกลางคืนมิได้เว้นเวลา ให้ปวดศีรษะ ให้ผิวเนื้อแดง ตาแดงให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ ให้เป็นพรรดึก โทษทั้งนี้เกิดแต่กอง จตุกาลเตโชธาตุ เป็นธาตุ

              ๔. มันทธาตุ ลักษณะอาการ มันทธาตุนั้น ยิ่งไปด้วยเสมหะมีกำลัง คือเพลิงธาตุนั้นหย่อน เผาอาหารมิได้ย่อย กระทำให้ลงไปวันละ ๒-๓ เวลา ให้สวิงสวาย ให้ถอยแรงยิ่งนัก กระทำให้ท้องขึ้นมิรู้วาย ให้อุจจาระเป็นเมือกมันเป็นเปลว หยาบและละเอียดระคนกัน ให้ปวดมวนเป็นกำลัง โทษทั้งนี้เกิดในกองทวาทศอาโอให้เป็นเหตุ

bottom of page